| ประวัติ การปกครองและอาณาเขต |
ประวัติ
จากพงศาวดารเมืองยโสธรได้บันทึกไว้ว่า เมื่อราว ๆ ปี พ.ศ. 2340 พระเจ้าวรวงศา (พระวอ)
เสนาบดีเก่าเมืองเวียงจันทน์กับสมัครพรรคพวกเดินทางอพยพจะไปอาศัยอยู่กับเจ้านครจำปาศักดิ์ เมื่อเดินทาง
ถึงดงผีสิงห์เห็นเป็นทำเลดี จึงได้ตั้งหลักฐานและสร้างเมืองที่นี่ เรียกว่า "บ้านสิงห์ท่า" หรือ "เมืองสิงห์ท่า"
ต่อมาใน พ.ศ. 2357 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะ
บ้านสิงห์ท่าแห่งนี้ขึ้นเป็น "เมืองยโสธร" ขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ มีเจ้าเมืองดำรงบรรดาศักดิ์เป็นพระสุนทรราช-
วงศา
ในปี พ.ศ. 2515 ได้ยกฐานะขึ้นเป็นจังหวัดยโสธร โดยประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 70 ลงวันที่ 6
กุมภาพันธ์ 2515 ได้แยกอำเภอยโสธร อำเภอคำเขื่อนแก้วอำเภอมหาชนะชัย อำเภอป่าติ้ว อำเภอเลิงนกทา
และอำเภอกุดชุม ออกจากจังหวัดอุบลราชธานี และรวมกันเป็นจังหวัดยโสธร ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2515
การปกครอง
ปัจจุบันจังหวัดยโสธรแบ่งการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ 1 กิ่งอำเภอ คือ
อำเภอเมือง อำเภอคำเขื่อนแก้ว อำเภอมหาชนะชัย
อำเภอป่าติ้ว อำเภอเลิงนกทา อำเภอกุดชุม
อำเภอค้อวัง อำเภอทรายมูล กิ่งอำเภอไทยเจริญ
อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดมุกดาหาร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดนครพนม
ภูมิประเทศ
จังหวัดยโสธรมีเนื้อที่ 4,161 ตารางกิโลเมตร เป็นจังหวัดที่มีขนาดเล็กที่สุดในเขตอีสานตอนล่าง
เป็นที่ราบสูงมีดินปนทราย ทางทิศเหนือมีภูเขาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาภูพาน พืชสำคัญ ๆ ที่ปลูก เช่น
ข้าว ปอ มันสำปะหลัง สามารถทำได้เฉพาะฤดูฝนเท่านั้น ในฤดูแล้งมีความแห้งแล้งมาก อากาศร้อนจัด
ในฤดูหนาวอากาศหนาวจัด สามารถเพาะปลูกพืชผักสวนครัวได้ดี สภาพของป่าเหลือน้อยมีลักษณะเป็น
ป่าโปร่ง ทางทิศตะวันตกและทางทิศตะวันออกเป็นที่ราบ เหมาะสำหรับเป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์ ทางทิศใต้เป็นที่
ราบลุ่มเหมาะแก่การทำนา มีแม่น้ำชีไหลผ่านเป็นระยะทางประมาณ 110 กิโลเมตร
|
สถานที่ท่องเที่ยว | เทศกาลและงานประเพณีของจังหวัด | การเดินทาง | แผนที่ | ที่ระลึกจากจังหวัด | สถานที่พัก | ร้านอาหาร