ย 

ข้อมูลท่องเที่ยว 76 จังหวัด
ย ย ย - ภาคเหนือ
ย ย ย - ภาคกลาง
ย ย ย - ภาคใต้
ย ย ย - ภาคอีสาน
ย ย ย - ภาคตะวันออก
ประเภทสถานที่ท่องเที่ยว
ย ย ย - ภูเขา
ย ย ย - น้ำตก
ย ย ย - ทะเล
ย ย ย - ถ้ำ
ข้อมูลการเดินทาง
ย ย ย - รถเมล์
ย ย ย - รถไฟ
ย ย ย - เครื่องบิน
ย ย ย - รถไฟฟ้า BTS
ปฏิทินการท่องเที่ยวประจำเดือน
ส่ง Postcard วิวสวย ๆ ให้เพื่อน
Wallpaper วิวสวย ๆ
ตรวจสอบเวลาการบิน
สมัครสมาชิก
หน้าแรก
ย 
ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า
(เพชรบูรณ์)
อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตั้งอยู่บนรอยต่อของสามจังหวัด คือ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ครอบคลุมพื้นที่ 191,875 ไร่ ประกาศ เป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ 26 กรกฏาคม พ.ศ. 2527 เป็นเทือกเขาที่มีภูมิทัศน์สวยงาม มีป่าใหญ่ปกคลุม เขียวชอุ่มตลอดปี มีลานหินกว้างใหญ่ ซึ่งเกิดรอยแตกเป็นร่องยาวและลึกอยู่มากมาย บางตอนเป็นหน้าผา ตัดชันชวนตื่นตา นอกจากนั้นดินแดนนี้ยังเคยเป็นยุทธภูมิที่สำคัญเนื่องมาจากความขัดแย้งของลัทธิและแนว ความคิดทางการเมือง นับเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจทางการท่องเที่ยว

การเดินทางไปภูหินร่องกล้า ใช้เส้นทางหมายเลข 12 พิษณุโลก-หล่มสัก เลี้ยวซ้ายที่บ้านแยง กิโลเมตรที่ 68 ไปอีก28 กิโลเมตร ถึงอำเภอนครไทยเลี้ยวขวาไปอีก 31 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า มีที่พักแบบเต็นท์ และบ้าน ติดต่อสำรองที่พักได้ที่ กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ กทม.โทร. 579-0529, 579-4842

อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย
(เชียงใหม่)
อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่ อำเภอแม่ริม อำเภอหางดง และ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วยป่าที่อุดมสมบูรณ์ ภูเขาที่สูงสลับซับซ้อน ที่สำคัญได้แก่ ดอยสุเทพ ดอยบวกห้า และดอยปุย เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธาร มีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สวยงาม ทั้งมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และสำคัญทางศาสนา และทางประวัติศาสตร์ มีเนื้อที่ ประมาณ 262.50 ตารางกิโลเมตร หรือ 163,162.50 ไร่

การเดินทางไปยังที่ทำการอุทยานฯ จากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 5 กิโลเมตร ตามถนนห้วยแก้ว-มหาวิทยาลัยเชียงใหม่-สวนสัตว์ เชียงใหม่ ถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพวรวิหาร จากนั้นเดินทางต่อไปอีกเล็กน้อย ถึงทางแยกขวามือ มีป้าย บอกทางเข้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
(เชียงใหม่)
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ดอยอินทนนท์มีชื่อว่า เป็นดอยภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ ในเขตพื้นที่ อำเภอจอมทอง อำเภอสันป่าตอง และอำเภอแม่แจ่ม มีเนื้อที่ทั้งหมด 301,500 ไร่ ประกาศเป็น อุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2521 ระยะทางจากตัวเมืองขึ้นไปจนถึงยอดดอยอินทนนท์ ประมาณ 106 กิโลเมตร โดยเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 108 เชียงใหม่ - จอมทอง ถึงหลักกิโลเมตรที่ 57 ก่อนถึงอำเภอจอมทอง 1 กิโลเมตร แยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 1009 สายจอมทอง-อินทนนท์ ระยะทาง 48 กิโลเมตร ถึงยอดดอยอินทนนท์ เป็นถนนลาดยางอย่างดีแต่ค่อนข้างสูงชัน ผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัว รถจะต้อง มีสภาพดี ผู้ที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวสามารถเช่ารถสองแถวที่น้ำตกแม่กลางได้ ส่วนการนำรถขึ้นไปเองนั้น จะต้องเสียค่าผ่านทางตรงด่านตรวจและจำหน่ายบัตรค่าธรรมเนียมบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 8

ทางอุทยานฯ มีที่พักไว้บริการนักท่องเที่ยว สนใจติดต่อจองล่วงหน้าที่ กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร.5790529, 5794842

เขาปลาร้า
(อุทัยธานี)
เขาปลาร้า เป็นเขาแบ่งเขตหมู่บ้านห้วยโศก อำเภอลานสัก กับตำบลเขาบางแกรก อำเภอหนอง ฉาง อยู่ห่างจากตัวจังหวัด 40 กิโลเมตร สูง 598 เมตร มีลักษณะสูงชันมาก ต้องเดินเท้าและปีนเขาอีกประมาณ 2 ชั่วโมง จึงถึงยอดเขาข้างบนเป็นที่ราบขนาดใหญ่ที่อุดมไปด้วยป่าไม้ เช่น ไม้มะค่า ที่หน้าผาด้านตะวันตก พบภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ เขียนไว้บนหน้าผาที่พัก กลุ่มภาพมนุษย์ มีหลายแบบหลายลักษณะและ กลุ่มภาพสัตว์นี้มีทั้งหมดประมาณ 40 ภาพลักษณะ ซึ่งเป็นมรดกทางศิลปกรรมของจังหวัดอุทัยธานี นอก- จากนี้ยังมีถ้ำเรียงรายอยู่หลายแห่ง แต่เส้นทางภายในวกวนมาก
ภูหลวง
(เลย)
ภูหลวง เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า มีพื้นที่รวม 530,000 ไร่ สภาพทั่วไปเป็นพื้นที่ราบสูง อากาศเย็นตลอดปี

จุดท่องเที่ยวบนภูหลวง เป็นเส้นทางเดินต่อเนื่องกันโดยเริ่มจากโหล่นเม่นซึ่งเป็นบริเวณที่พักนักท่องเที่ยวผ่านป่าดงดิบ ลำห้วย ป่าสนสามใบและดอกไม้สลับทุ่งหญ้า ระยะทางประ- มาณ 2.3 กิโลเมตร ถึงลานสาวแยงคิง จากนั้นไปเป็นเส้นทางเดินไปยังโหล่นหินแอ่วขัน ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ผ่านดงดอกไม้หลายชนิดต่อไปเป็นทางเดินสู่ลานหินโหล่นแต้ระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร จะพบกุหลาบขาว และกล้วยไม้ป่าต่างๆบริเวณผาโหล่นแต้ สามารถชมวิวทิวทัศน์ของภูหอ ภูกระดึง ภูยองภู และภูขวาง นอกจากนั้น ยังมีจุดท่องเที่ยวอื่นๆที่น่าสนใจ ได้แก่ ผากบ ผาชมวิว โหล่นช้างผึ้ง และซุ้มงูเห่า ซึ่งแต่ละแห่งมีทางเดินต่อถึงกัน

การเดินทางขึ้นภูหลวง ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดเลย จัดรถนำเที่ยวจากตัวจังหวัดไปยังเชิงภูหลวงและมีเจ้าหน้าที่นำ นักท่องเที่ยวขึ้นสู่ภูหลวง ระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง พร้อมทั้ง จัดที่พักและอาหารไว้บริการ เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน โดยต้องติดต่อล่วงหน้า 15 วัน ที่ผ่านบริการและที่พัก- สำนักงานการท่องเที่ยว องค์การบริหารส่วนจังหวัด โทร.(042) 811776, 812033 ในเวลาราชการ

ช่วงที่เหมาะเดินป่าอยู่ระหว่างเดือนตุลาคม - พฤษภาคม ( เดือนมิถุนายน-กันยายน ภูหลวงจะปิด) หลังจากที่นักท่องเที่ยวเดินเที่ยวทั่วภูหลวงแล้วทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดจะมอบประกาศนียบัตรให้

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง
(เลย)
อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ตั้งที่ตำบลศรีฐานมีเนื้อที่ทั้งสิ้น 217,576 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2505 บนยอดภูกระดึงเป็นที่ราบกว้างใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร มีต้นสนขึ้นเป็นดง มีไม้ดอกและป่าละเมาะ ทุ่งหญ้าสลับด้วย-ป่าดงดิบ เรียงรายไปตามลำธาร มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่หลายชนิด

การเดินทาง นักท่องเที่ยว ที่เดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง ควรใช้รถประจำทางเส้นกรุงเทพฯ-เลย แล้วลง ที่ผานกเค้า ซึ่งเป็นเขตต่อแดนระหว่างชุมแพ-ภูกระดึง จากที่นี่จะมีรถสองแถวไปอุทยานแห่งชาติภูกระดึง หรือหากนักท่องเที่ยวใช้รถประจำทางเส้นทางกรุงเทพฯ-ขอนแก่น ลงที่ชุมแพ และต่อรถสายขอนแก่น-เลย ไปลงที่ตลาดอำเภอภูกระดึง ซึ่งจะมีรถสองแถวไปอุทยานฯ สำหรับนักท่องเที่ยว ที่เดินทางโดยรถส่วนตัวจากตัวเมืองเลยใช้เส้นทางหมายเลข 201 (เลย-ภูกระ-ดึง) พอถึงกิโลเมตรที่ 276-277 ก็เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2019 อีก 8 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานฯ บริเวณที่ทำการอุทยานฯ มีด่านเก็บค่าธรรมเนียมและบริการลูกหาบสัมภาระจากนั้นนักท่องเที่ยวต้อง-เดินเท้าขึ้นสู่ภูกระดึง อีกเป็นระยะทางประมาณ 5.5กิโลเมตร

ที่พัก การขึ้นไปเที่ยวบนภูกระดึง ควรติดต่อที่พักล่วงหน้าโดยจองได้ที่ แผนกจองบ้านพักกองอุทยานแห่งชาติกรมป่าไม้ บางเขน โทร. 5790529, 5794842 สำหรับบ้านพักของเอกชน ติดต่อได้ที่บ้านพักภูกระดึง โทร.2700488, 2713737 อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จะปิดระหว่างเดือน มิถุนายน-กันยายนทุกปี เพื่อปรับสภาพธรรมชาติให้ฟื้นตัว และปรับปรุงสถานที่พัก สิ่งอำนวยความสะดวก สำหรับนักท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติภูเรือ
(เลย)
อุทยานแห่งชาติภูเรือ เป็นภูเขาสูงใหญ่ บนยอดเขาเป็นที่ราบกว้างใหญ่ มีต้นสนขึ้นสลับซับซ้อน มี ลักษณะแปลก คือ มีส่วนหนึ่งเป็นผาชะโงกยื่นออกมาเหมือนหัวเรือสำเภาใหญ่ อุทยานแห่งชาติภูเรือตั้งอยู่ใน เขตตำบลหนองบัว อำเภอภูเรือ มีเนื้อที่ทั้งสิ้นประมาณ 75,525 ไร่ ประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 26 กรกฏาคม 2522

การเดินทาง จากตัวเมืองเลยใช้ทางหลวงหมายเลข 203 (เลย-ภูเรือ) ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาบริเวณหลักกิโลเมตร 49-50 ตรงที่ว่าการอำเภอภูเรือ เข้าไปเป็นทางลูกรังสภาพดีพอควรระยะทาง 4 กิโลเมตร จากจุดนี้ขึ้นไปมีเส้นทางรถยนต์ซึ่งสามารถขึ้นได้เฉพาะรถปิคอัพหรือรถจี๊ปที่กำลังดีเท่านั้น ระยะทางราว 5 กิโลเมตร ถึงยอด-ภูเรือ จากที่ทำการอุทยานฯ มีเส้นทางเดินเท้าขึ้นไปถึงยอด

ผามออีแดง
(ศรีสะเกษ)
ผามออีแดง อยู่ในเขตอำเภอกันทรลักษ์ ตามทางหลวงหมายเลข 221 ผ่านทางแยกเข้าอำเภอกันทรลักษ์ลงไปทางใต้ ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 80 กิโลเมตร และห่างจากอำเภอกันทรลักษ์ ประมาณ 34กิโลเมตร เป็นทางเดียวกับทางขึ้นเขาพระวิหาร ซึ่งค่อนข้างสูงชัน เมื่อถึงเชิงเขาต้องเดินเท้าต่อไปอีก ประมาณ 200 เมตร ผามออีแดงเป็นจุดชมทัศนียภาพเขาพระวิหารที่ใกล้ที่สุด จะมองเห็นยอดเขาพระวิหารในระยะห่างประมาณ 1 กิโลเมตร นอกจากนี้ในบริเวณผามออีแดงทางด้านทิศใต้ ซึ่งเป็นหน้าผาที่อยู่ต่ำลงไป พบภาพสลักหินนูนต่ำ ซึ่งสันนิษฐานว่าเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย มีอายุอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 15 ระหว่าง พ.ศ. 1465-1490
อุทยานแห่งชาติมุกดาหาร
(มุกดาหาร)
อุทยานแห่งชาติมุกดาหารตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติดงบังอี่ครอบคลุมพื้นที่ อำเภอเมืองมุกดาหารและอำเภอดอนตาล ห่างจากตัวเมือง17 กิโลเมตรโดยใช้เส้นทางมุกดาหาร-ดอนตาล แยกเข้าทางขวามือระหว่างกิโลเมตรที่ 14-15 อีก 2 กิโลเมตรจะถึงที่ทำการอุทยาน มีเนื้อที่ทั้งหมด30,312.5 ไร่ หรือ 48.5 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยภูเขาสูงชันหลายลูกติดต่อกัน เช่น ภูมโนรมย์ ภูนางหงษ์ ภูผาเทิบ ภูถ้ำพระ ภูหลักเสภูรัง ภูป่ง ภูคำหมากมี่ ยอดเขาสูงสุดคือ ยอดภูจอมสี สูงจากระดับน้ำ ทะเล 420 เมตร สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าม้เต็ง-รัง และ ป่าเบญจพรรณ และยังเป็นแหล่งกำเนิดของลำห้วย หลายสาย เช่น ห้วยตาเหลือก ห้วยสิงห์ ห้วยเรือ ห้วยมะเล ห้วยช้างชน เป็นต้น แถบบริเวณเชิงเขาเป็นป่าไผ่ ขึ้นสลับเป็นแนว หลายบริเวณเป็นหน้าผาสูงและลานหินกว้าง มีหินรูปร่างแปลก ๆ มากมาย
อุทยานแห่งชาติผาแต้ม
(อุบลราชธานี)
อุทยานแห่งชาติผาแต้ม มีพื้นที่ประมาณ 140 ตารางกิโลเมตร ในเขตอำเภอโขงเจียม อำเภอ- ศรีเมืองใหม่ และอำเภอโพธิ์ไทร ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2534 สภาพ ภูมิประเทศเป็นที่ราบสูงและเนินเขา มีหน้าผาสูงชัน ซึ่งเกิดจากการแยกตัวของผิวโลก สภาพป่าโดยทั่วไป เป็นป่าเต็งรัง มีหินทรายลักษณะแปลกตา กระจายอยู่ทั่วบริเวณ มีพันธุ์ไม้ดอกที่สวยงามขึ้นอยู่ตามลานหิน

การเดินทาง จากอำเภอโขงเจียมใช้เส้นทาง 2134 ต่อด้วยเส้นทาง 2112 แล้วแยกขวาไปผาแต้มอีกราว 5 กิโลเมตร รวมระยะทาง จากโขงเจียมประมาณ 18 กิโลเมตร

อุทยานแห่งชาติเขาสามหลั่น
(สระบุรี)
อุทยานแห่งชาติเขาสามหลั่น มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอแก่งคอย หนองแค วิหารแดงและ อำเภอเมือง ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2524 อยู่บนเส้นทางกรุงเทพฯ-สระบุรี (ทางหลวงหมายเลข 1 ) ห่างจากตัวเมืองสระบุรีประมาณ 16 กิโลเมตร มีทางแยกขวามือเข้าได้ 2 ทาง คือ ตรงกิโลเมตรที่ 102 เป็นทางลูกรังอัดแน่น ระยะทาง 9 กิโลเมตร และตรงกิโลเมตรที่ 104 เป็นทาง- ลาดยางระยะทาง 9 กิโลเมตร เช่นกัน หรือนักท่องเที่ยวจะเดินทางโดยรถประจำทางไปยังตัวจังหวัดสระบุรี แล้วเหมารับจ้างไปอุทยานฯ ก็ได้
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
(นครราชสีมา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว)
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 2,168 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ของ 4 จังหวัด คือนครนายก นครราชสีมา ปราจีนบุรีและสระบุรี มีภูมิประเทศสวยงาม ประกอบด้วยป่าดิบ ป่าโปร่ง ธารน้ำ น้ำตก สัตว์ป่า และพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด ยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาใหญ่ คือ ยอดเขาเขียว มี ความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,292 เมตร ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2505 นับว่าเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย

การเดินทางไปเขาใหญ่นับว่าสะดวกมาก มีถนนลาดยางอย่างดี แยกจากทางหลวงหมายเลข 33 ที่ สี่แยกเนินหอมไปยังศูนย์กลางของเขาใหญ่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติ และไปบรรจบกับ ถนนมิตรภาพ บริเวณอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา รวมระยะทางจากสี่แยกเนินหอมถึงถนนมิตรภาพ ประมาณ 86 กิโลเมตร

ขณะนี้ทางอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ยังไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยว พักค้างแรมในเขตอุทยานฯ แต่ สนับสนุนให้เดินทางท่องเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับ โดยนักท่องเที่ยวสามารถพักค้างคืนที่รีสอร์ทในเขต นครนายก หรือรีสอร์ทตรงทางขึ้นเขาใหญ่ ที่อำเภอปากช่อง ซึ่งมีอยู่หลายแห่ง

สถานที่ท่องเที่ยวบนเขาใหญ่เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ต่างๆ อันได้แก่ จุดชมวิว กม.ที่ 30 ถนนธนรัชต์ (จากปากช่อง) จุดชมวิวเขาเขียว (ผาตรอมใจ) และจุดชมวิว กม.ที่ 9 บนทางขึ้นเขาเขียวส่วนน้ำตกที่นักท่อง เที่ยวนิยมไปเที่ยวชมเพราะทางเข้าสะดวกได้แก่ น้ำตกเหวนรก น้ำตกเหวสุวัต น้ำตกกองแก้ว และน้ำตก ผากล้วยไม้ น้ำตกเหวไทร นอกจากนี้ยังมีน้ำตกอีกหลายแห่งซึ่งต้องเดินเท้าเป็นระยะทางไกล ได้แก่ น้ำตก ห้วยโกรกเด้ น้ำตกเหวประทุน น้ำตกผากระจาย น้ำตกวังเหว น้ำตกไม้ปล้อง น้ำตกผาชมพู น้ำตกผาตาด น้ำตกมะนาว น้ำตกตาดตาภู่ และน้ำตกตาดตาคง สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ ที่โทร. 5790529, 5794842

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย 

ย